จังหวัดพะเยาได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนวิภา 8 อำเภอ 44 ตำบล 225 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1,700 ครัวเรือน เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ที่ห้องศูนย์บัญชาการจังหวัดพะเยา ศาลากลางจังหวัดพะเยา นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นำคณะเข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม จากอิทธิทธิพลของพายุโชนร้อน “วิภา” ผ่านระบบ video conference ณ ห้อง War room ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีtนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม

สำหรับจังหวัดพะเยามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 8 อำเภอ ยกเว้นอำเภอแม่ใจ 44 ตำบล 225 หมู่บ้าน ประชากรเดือดร้อนกว่า 1,700 ครัวเรือน โดยจังหวัดพะเยามีแม่น้ำที่ส่งผลกระทบใหญ่ๆ 2 ลำน้ำคือลำน้ำอิง และลำน้ำยม ลำน้ำอิงจะไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่จังหวัดเชียงราย ส่วนลำน้ำยมจะไหลไปยังจังหวัดแพร่
ในส่วนของลำน้ำอิงนั้นมีกว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำใหญ่ซึ่งจุน้ำ 55 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อเช้าที่ผ่านมา (24 กรกฎาคม 2568) มีปริมาณน้ำ 36 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณร้อยละ 65 ของความจุอ่าง และระบายน้ำออกวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ผ่านมาได้ระบายน้ำตลอดทุกวัน แต่ปลายน้ำอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีการระบายน้ำช้าเนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ น้ำจึงได้เอ่อท่วมบ้านเรือนริมตลิ่งที่แม่น้ำอิงผ่านทั้งอำเภอดอกคำใต้ และอำเภอภูกามยาวประมาณกว่า 50 กิโลเมตร อำเภอดอกคำใต้มีน้ำร่องสักทและน้ำร่องช้าง เป็นน้ำสาขาที่ไหลลงสู่ลำน้ำอิง ขณะนี้มวลน้ำก้อนใหญ่ได้แผ่กระจายอยู่ในพื้นที่ และท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนประชาชนหลายจุด คาดว่าอีก 2-3 วันจะลดลงหมดจนเข้าสู่ภาวะปกติ


อำเภอเชียงคำขณะนี้เกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยังคงมีน้ำท่วมขังบริเวณรอบโรงพยาบาลเชียงคำ ประมาณ 50 ซม.ต้องใช้รถ GMC ของทหารลำเลียงผู้ป่วย คาดว่าภายใน 1-2 วันจะเข้าสู่ภาวะปกติ
อำเภอภูซางมีน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งอำเภอภูซางรับน้ำจากลำน้ำลาว จากอำเภอเชียงคำ ก่อนลงสู่ลำน้ำอิง นอกจากนี้ยังมีลุ่มน้ำนิยมซึ่งเกิดฝนตกหนักและท่วมในพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ได้เตรียมความพร้อมกวาดสิ่งปฏิกูล และอพยพผู้คนและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วมีการตั้งโรงครัวพระราชทานในพื้นที่และส่งถุงยังชีพกว่าสำหรับ 100 ถุงและเรือท้องแบนเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนแล้วคาดว่าภายใน 2-3 วันเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ


ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาได้กล่าวเน้นย้ำเรื่องการช่วยเหลือประชาชน การบริหารกระสอบทราย แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่โดยจัดทำป้ายเตือน ขับรถช้า ๆ บริเวณน้ำท่วม วางแผนการให้ความช่วยเหลือ ชำระล้างบ้านเรือนราษฎร เร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตร อีกทั้งเตรียมความพร้อม ในพื้นที่เสี่ยง ทั้งคน และอุปกรณ์

Related posts